MAGAZINE

กัน @ นิตยสารแพรว

posted on 25 Jun 2010 14:42 by gun-gun  in MAGAZINE

ปีที่ 31 ฉบับที่ 740 25 มิถุนายน 2553
ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook คนรักกัน@พันทิป ค่ะ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ค่ะ

กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ
หนุ่มหล่อตาคมเมืองสุพรรณ วัย 21 ปี นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ ปี 2
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยเสียงร้องเต็มพลังเปี่ยมคุณภาพ เรียกเสียงโหวตจากแฟนๆ
จนคว้าตำแหน่งแชมป์เดอะสตาร์ 6 มาได้อย่างไร้ข้อกังขา

อดีตนักร้องยุวชนดีเด่น
ตอนป.4 ผมเคยประกวดร้องเพลงเวที KPN เป็นเพลงลูกทุ่งซึ่งพ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก
ได้รางวัลนักร้องยุวชนดีเด่นแห่ประเทศไทย ภูมิใจมาก เพราะยังเด็กอยู่
แล้วเป็นการประกวดบนเวทีใหญ่ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่ประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 3 ตื่นเต้นมาก


ความผิดหวังคือพลัง
เมื่อปีก่อนผมสมัครเข้าประกวดเดอะสตาร์ 5 ตอนแรกคิดว่ามาหาประสบการณ์
พอเข้ารอบลึกๆ แอบหวังว่าจะได้ไปต่อ แต่ตกรอบ 12 คนสุดท้ายของภาคกลาง
ไม่ได้เป็นตัวแทนภาค ตอนนั้นผมร้องเพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง
พี่เพชรคอมเม้นต์ว่าเพลงลูกทุ่งมีโอกาสทางการตลาดน้อย ผมเสียใจและเศร้าอยู่พักหนึ่ง
แล้วตั้งสติทำใจคิดใหม่ว่า อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองลองมาประกวดอีกครั้งในปีนี้
แล้วเปลี่ยนแนวเป็นเพลงป๊อป ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ชอบเหมือนกัน
โดยไปเรียนอย่างจริงจังกับครูเจี๊ยบ (นนทิยา จิวบางป่า) จนมั่นใจแล้วมาสมัคร
พอเข้ารอบมาเรื่อยๆ ก็ดีใจ ไม่คาดคิดว่าจะมีคนรักและให้กำลังใจ
ส่งคะแนนโหวตให้เยอะจนได้เป็นเดอะสตาร์ ขอบคุณอีกครั้งครับ


เรื่องสนุกในบ้าน
ผมสนิทกับเพื่อนๆ ในเดอะสตาร์ตั้งแต่รอบ 20 คนแล้ว
แต่ที่สนิทกันในกลุ่มมีไอซ์ ริท พี่โตโน่ เวลาที่คนอื่นซ้อมร้องเพลง
เรานั่งเล่นดีดหนังยางกัน เวลาเรียนเต้น เขาคิดท่าแนวเกาหลี เราก็คิดท่าแบบปัญญาอ่อน (หัวเราะ)
เวลาอยู่ด้วยกัน ไอซ์เป็นคนตลก ชอบแกล้ง แล้วซนมาก อยู่ในบ้านเขาสามารถปีนบ้านได้ทั้งหลัง
ขนาดคานเล็กนิดเดียวยังเหยียบปีนไปเคาะกระจกหน้าต่างห้องนอนผู้หญิง
แกล้งทำเป็นผีหลอกได้ ส่วนพี่เก่ง น่ารัก ร่าเริง สดใส ชอบเล่นเปียโนให้พวกเราฟัง
พี่โตโน่ละเอียด่อน เวลาผมเครียด แค่ดูตาผมเขาก็รู้ พยายามช่วยผมให้ผ่อนคลายด้วยการพูดตลก
เฮฮา บางทีถึงขั้นถอดกางเกงโชว์ให้กันดู (หัวเราะ)


เป้าหมายต่อจากนี้
ผมเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ ชอบเพราะเป็นสาขาวิชาที่มีความหลากหลาย
พอเข้ามาวงการนี้มีงานมากขึ้น อย่างไรก็ตามผมไม่ทิ้งการเรียนแน่
เพราะเวลาที่ผมมองคนอื่นที่เขามัวแต่ทำงานและทิ้งการเรียน
ผมคิดว่าทำให้คุณค่าของตัวเองลดลง จึงอยากเรียนไปทำงานไปด้วย
ค่อยเป็นค่อยไป โดยค่อยๆ ลงเรียนไป แม้ว่าสุดท้ายอาจจะจบช้ากว่าเพื่อนบ้างก็ไม่เป็นไร

 

กัน @ Korean Series

posted on 01 Jun 2010 07:12 by gun-gun  in MAGAZINE

ย๊าว ยาว - -" แต่อยากให้อ่านเหมือนเดิมนะคะ อิอิ

เค้าพิมพ์เอง หากตกหล่นตรงไหน ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ 55+

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

ขอบคุณรูปภาพจาก FB.คนรักกัน

 

จากเด็กวัด กลายเป็น the star
กัน-นภัทร หนุ่มโสด เสียงดี ที่จะมาโลดแล่นในวงการมายา


นับว่ากำลังเป็นหนุ่มที่กำลังฮอตที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับหนุ่มน้อย กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ
ที่สามารถคว้าแชมป์เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปีที่6 ไปได้ด้วยฝีมือล้วนๆ
ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ บวกกับบุคลิกที่เป็นคนขี้เล่นสนุกสนานขี้อายนิดๆ
งานนี้ก็เลยได้คว้าแชมป์ไปอย่างขาดลอยเลยจ้า...
"วินาทีแรกที่ได้รู้ว่าเป็นเดอะสตาร์รู้สึกภูมิใจมากๆ และก็ดีใจมากๆ ที่เราได้มายืนตรงนี้
เพราะเมื่อปีที่แล้วเราเคยผิดหวังมาแล้วเราก็กลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
จนในปีนี้เราสามารถทำได้จนได้เป็นเดอะสตาร์ ดีใจและภูมิใจมาก
(ครั้งแรกที่ขึ้นเวทีเดอะสตาร์) ยังจำได้จนถึงวันนี้เลย ว่ากันอยู่หลังเวที และมีจอมอนิเตอร์อยู่
เขาจะถ่ายบรรยากาศรอบๆ ซึ่งกันไม่เคยร้องเพลงที่มีคนดูเยอะขนาดนี้มาก่อน
ยังคิดเลยว่าทำไมกองเชียร์เยอะขนาดนี้ เสียงปรบมือดังมากๆ ตอนนั้นใจเต้นตึก ตึก ตึก
ตื่นเต้นไม่กล้าที่จะออกไปร้อง พอได้เดินออกไปร้อง ได้เห็นกองเชียร์ของเราที่มีกลุ่มหนึ่ง
ใส่เสื้อสีฟ้าแล้วมีรูปกัน มีป้ายไฟ แล้วเห็นคุณพ่อคุณแม่ก็รู้สึกว่าค่อยหายตื่นเต้น
ทำให้กันร้องเพลงอย่างเต็มที่ เพราะก่อนที่จะขึ้นเวทีครั้งแรกกันไม่ได้เห็นหน้าคุณพ่อคุณแม่มาเดือนกว่าๆ
พอเห็นท่านก็รู้สึกใจชื้นขึ้นที่คุณพ่อคุณแม่ของเรามาเชียร์ ทำให้คลายความตื่นเต้นลงไปได้มาก"


ครั้งแรกอาจจะเคยผิดหวัง แต่ยังไงใจก็ยังเต็ม 100

"ตอนแรกที่เข้ามาประกวดไม่ได้หวังอะไร เพราะคิดว่าจะมาหาประสบการณ์อย่างเดียว
ว่าเดอะสตาร์เป็นแบบนี้นะ วันแรกเข้ารอบ 30 คน ภาคกลางก็ดีใจ วันที่สองเข้ารอบ 12 คนภาคกลาง
ในใจคิดว่าเราน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ เริ่มหวังแล้วจากตอนแรกที่ไม่หวังเลย
พอวันที่สามเราคิดว่าเราทำดีมากๆ แล้วเราทำดีที่สุด แต่อเค้าประกาศว่าเราไม่ได้ไปต่อตอนนั้นเสียใจ
วันนั้นกันจำได้เลยว่าร้องไห้ ร้องไห้หนักเลย เสียใจคิดอะไรไม่ได้ก็คือร้องไห้
แล้วก็คิดว่าไม่เอาแล้ว เลิกดีกว่า เพราะเราเต็มที่กับมันแล้ว คิดว่าเขาคงไม่เอาเราแล้ว
เขาคงไม่ชอบเรา แต่พอมาคิดดูอีกทีว่ามันเป็นโอกาส เราอาจจะยังเด็กเกินไป
หรืออาจจะไม่ใช่โอกาสของเรา เลยลองดูอีกครั้งหนึ่ง โดยเอาคอมเม้นต์องพี่เพชร (เพชร มาร์)
ที่บอกว่าเพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ตลาดมันยาก กันกลับมาใหม่ โดยไปเรียนร้องเพลงป็อบจริงจัง
เป็นครั้งแรกกับครูเจี๊ยบ (นนทิยา จิวบางป่า) จนทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น
การกลับมาสู้ของกันในครั้งนี้ เพราะกำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่
ท่านอยากให้เราทำอะไรในสิ่งที่เรารัก พ่อบอกว่าถ้าเราชอบทำอะไร อยากจะทำอะไร
ถ้าเรารักมัน และเต็มที่กับมัน พ่อเชื่อว่ากันทำได้ กันเป็นคนทำอะไรเต็มที่
กันไม่ชอบทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ถ้าทำแล้วกันจะทำมันให้ดีที่สุด"


"ระยะทำใจ" เพลงแรกในชีวิตของผู้ชายที่ชื่อกัน

"วินาทีแรกที่รู้ว่าจะได้มีเพลงเป็นของตัวเอง รู้สึกดีใจ และตื่นเต้นมากๆ
พอได้ฟังเพลงที่เขาร้องมาให้ฟังก่อน ทั้งดนตรี ทำนองเพลง เป็นสไตล์เพลงป็อบช้าๆ
ซึ่งเป็นสไตล์ที่กันชอบและถนัด เพลงของกันชื่อเพลง "ระยะทำใจ"
เนื้อหาประมาณว่าความรักของผู้ชายและผู้หญิง ที่ผู้ชายรอให้ผู้หญิงกลับมารักเรา
เหมือนเป็นช่วงระยะเวลาทำใจ แต่ระยะทำใจในที่นี้หมายถึงจากปีที่แล้วกันผิดหวัง
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา กันได้สู้ได้อดทนมากับการผิดหวังในปีที่แล้ว
เหมือนเป็นระยะเวลาทำใจที่ให้กันได้ก้าวมาสู่ปีนี้ จนได้มาเป็นเดอะสตาร์
กันเลยรู้สึกว่าเพลงนี้ตรงกับกันมากๆ"

ซนจนได้ดี

"กันเป็นเด็กซน จำได้ว่าตอนนั้นอยู่ประมาณป.1 แล้วอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณแม่
คุณแม่เป็นครูประจำชั้นสอนกัน กันก็ทำตัวเป็นหัวโจกไม่ให้เพื่อนตั้งใจเรียน
จนคุณแม่ทนไม่ไหวเลยให้กันย้ายโรงเรียน ให้ไปอยู่อีกโรงเรียนหนึ่ง คราวนี้จ๋อยเลย
กันก็เลยหายซ่า หันมาตั้งใจเรียนแล้วเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ
ตอนนั้นดูละครเรื่องเสน่ห์ลูกทุ่ง ซึ่งพี่กุ้ง (สุธิราช วงศ์เทวัญ) เป็นพระเอก
มีเพลงประกอบคือเพลงเสน่ห์ลูกทุ่ง กันชอบมาก เลยร้องตลอด อาบน้ำก็ร้อง
พ่อก็แอบฟัง พ่อเลยจับไปฝึกตอนนั้นที่สุพรรณมีโครงการฝึกเยาวชนร้องเพลงลูกทุ่ง
กันได้ไปฝึก แล้วก็เดินสายประกวดไปทั่วในจังหวัดที่มีเวทีประกวด
ตอนที่ได้รางวัลใหญ่สุดคือตอนประมาณ 9 ขวบ ในการประกวดเคพีเอ็น
ได้ราวัลนักร้องยุวชนดีเด่นของประเทศไทย ได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง
กันดีใจที่ได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศด้วย"


ถึงจะเป็นเด็กวัด ก็สามารถเป็น The Star ได้

"ตอนม.ปลาย เป็นนักกีฬาฟุตบอล ทักษะฟุตบอลค่อนข้างจะดีก็เลยไปสอบที่กรุงเทพคริสเตียน
แล้วติดด้วย แต่คุณแม่คิดว่าถ้าไปอยู่กรุงเทพคริสเตียนคงไปเป็นนักฟุตบอลตัวดำๆ แน่
ก็เลยลองดูว่าเราร้องเพลงได้จริงไหม กันเลยมาที่สวนกุหลาบ ซึ่งมีโควต้าอยู่อันหนึ่ง
คือโควต้าดนตรีไทย กันไม่เคยร้องเพลงไทยเดิม ใช้เวลาซ้อมคืนเดียว
พอไปร้องก็ร้องผิด แต่คุณครูบอกว่ากันสามารถที่จะฝึกได้ เลยรับเราเข้าเรียน
อได้ที่สวนกุหลาบ คุณพ่อคุณแม่รู้จักกับเจ้าอาวาสที่วัดเลียบจึงฝากเรื่องที่อยู่ให้เรา
ให้ไปเป็นเด็กวัด ตอนแรกๆ ก็รู้สึกน้อยใจคุณพ่อคุณแม่ว่าทำไมปล่อยให้เราอยู่คนเดียว
ทำไมพี่สาวกับน้องชายได้อยู่สุพรรณ แล้วเรามาอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว
พอกันได้กลับมาคิดว่าที่เขาทำมันให้กันได้มีโอกาสฝึกตัวเองมากๆ
ทุกอย่างเราทำเองหมดเลย มันเป็นการฝึกชีวิตเราด้วย"


ถือเป็นเด็กขี้อาย แต่ใจยังฮึดสู้

"กันขี้อาย ไม่ค่อยพูด พูดไม่ค่อยเก่ง เป็นคนพื้นๆ บ้านๆ ไม่ค่อยมีอะไร
แต่อยากให้เห็นว่ากันเป็นคนมีความพยายาม อยากให้คนที่มีความคิดที่จะมาประกวดรุ่นต่อๆ ไป
คิดว่าถ้าเกิดเรารักในสิ่งที่เราทำ สิ่งนั้นก็จะออกมาดี ถ้าเกิดบาทีเราอาจจะผิด และเคยล้มมาบ้าง
แต่ก็อย่าถอย ให้กลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง กันจะเสียดายมากถ้าปีที่แล้วกันไม่ได้กลับมาลุกขึ้นสู้
เพราะกันจะไม่ได้มาเห็นวินาทีที่ยิ่งใหญ่ ในการได้เป็นเดอะสตาร์ 6 แบบนี้
ชีวิตตอนนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะไม่คิดว่ากันจะได้มาเป็นเดอะสตาร์ในวันนี้
ปกติได้ดูแต่รุ่นพี่ที่ประกวดรุ่นก่อนๆ เพราะเห็นรุ่นพี่หลายคนประสบความสำเร็จ
เราก็อยากที่จะเป็นอย่างรุ่นพี่บ้าง ได้เป็นนักร้อง ได้มีเพลงเป็นของตัวเอง
และวันนี้กันมีโอกาสได้มีเพลงเป็นของตัวเองแล้ว และได้เป็นเดอะสตาร์ก็ดีใจมากๆ
คิดว่าในวันต่อๆ ไป เราคงใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิม เพราะว่าหลังจากวันนี้
สิ่งต่างๆ ก็เข้ามาในชีวิตมากขึ้น อย่างเช่นงานที่ต้องทำมากขึ้น คนดูก็จะสนใจเรามากขึ้น
เพราะว่าตอนนี้เราเป็นคนของประชาชน ทุกคนให้ความสนใจเรามากกว่าเดิม
และตรงนี้เป้นสิ่งที่เราจะต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด อย่างเช่นกันได้มีเพลงเป็นของตัวเอง
อัลบั้มของตัวเอง กันก็อยากจะทำงานเพลงของตัวเองให้ออกมาให้ดีที่สุด
ให้สมกับที่ทุกคนรักเรา เขาโหวตให้เรา ที่ทำให้กันได้เป็นเดอะสตาร์
เพื่อให้เขาได้ภูมิใจ และมีผลงานดีๆ ให้ทุกคนได้ฟัง ได้ชมกัน"


การเรียนกะการงานต้องเดินคู่กันไป

"ตอนนี้คิดในแง่ที่ว่าจะมีงานเพิ่มมากขึ้น แล้วเรื่องสำคัญที่สุดของกันคือเรื่องของการเรียน
จริงๆ แล้วกันอยากจะเรียนให้จบเร็วๆ ถ้าเป็นไปได้อยากที่จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย
แต่ว่าต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าสามารถที่จะเป็นไปได้หรือเปล่า
เพราะด้วยความที่เราเป็นเดอะสตาร์ น่าจะมีงานเยอะมากๆ ก็คงต้องแบ่งเวลาให้ดีๆ
มันสามารถที่จะเรียนไปพร้อมทำงานได้หรือเปล่า กันไม่อยากทิ้งการเรียน
ส่วนการตั้งรับกับข่าวที่จะเกิดขึ้น กันเชื่อว่าข่าวคงจะต้องมี มันเป็นเรื่องธรรมดาของข่าว
เพราะคงจะมีคนที่อาจจะไม่ได้ชอบเรามากนัก และอาจจะมีเรื่องไม่ดีของเราออกไป
ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ไม่พยายามที่จะเอามันมาคิดมาก
เพราะว่าจะรบกวนสมาธิในการทำงานของเรา กันอาจจะไม่ใช่คนเพียบพร้อมในทุกด้าน
เพราะกันเป็นคนธรรมดา อาจจะมีบางมุมที่คนไม่ชอบก็บอกกันได้ว่ากันควรปรับปรุงตรงไหน
กันพร้อมที่รับฟังแล้วเอามาปรับปรุง (ยิ้ม)"

 

มั่นใจ!! ไม่หลงระเริงวงการมายา

"ไม่...กันมั่นใจ เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ของกันสอนกันมาตั้งแต่เด็กๆ
ให้คิดอยู่เสมอว่าเรามาจากไหน อย่าหลงระเริงไปกับสิ่งที่มันเกินตัว หรือว่าอะไรต่างๆ
กันเป็นคนสุพรรณ จากเด็กบ้านนอกธรรมดาๆ วันหนึ่งมีโอกาสที่คนไทยทั้งประเทศรักเรา
เปิดโอกาสให้เรา เราอย่าไปหลงระเริงกับมัน เราต้องตอบแทนทุกคน โดยการทำตัวให้ดีๆ
ที่สำคัญที่สุดคือการอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของกันสอนว่าถ้าเจอผู้หลักผู้ใหญ่
กิริยามารยาทต่างๆ ก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน เขาจะได้รักและเมตตาเรา"

 

หัวใจโสดสนิท พร้อมเมื่อไหร่ก็เปิดรับ

"ยังไม่มีใคร โสด กันอยากจะทำความฝันของตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน
แล้วถ้าจะมีใครเข้ามาเราก็พร้อมที่จะเปิดรับ แต่ตอนนี้ขอทำงานและเรียนก่อนแล้วกัน
และถ้ากันพร้อมหรือมีใครเมื่อไหร่ กันก็จะเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้ กันไม่ปิดบังแน่นอน"


แค่หน้าหวานก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเกย์ซะแล้ว!!

"ก็ได้ยินมาบ้าง อาจจะเพราะว่ากันหน้าหวานมั้ง แต่จริงๆ กันไม่ได้เป็น
แต่คนอาจจะเคยเห็นมุมอื่นๆ ของกัน อาจจะเห็นว่ากันเป็นคนขี้อาย พูดน้อย
ก็เลยคิดว่ากันเป็น แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็น"

แหม...เล่นทำเอาบรรดาสาวๆ หัวใจละลายกันเลยนะเนี่ย...


มีต่ออีกค่ะ :) อันนี้เป็นหน้า 78-79

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ

ผ่านพ้นไปแล้วกับเดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวปีที่6
หลังจากเฟ้นหาผู้เข้าประกวดนับหมื่นคน และผลที่ออกมาจากคะแนนโหวตจากคนไทยทั้งประเทศ
ปรากฏว่าหนุ่มจากสุพรรณ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 3
และได้คะแนนโหวตสูงสุด ก็คว้าตำแหน่งเดอะสตาร์คนที่ 6 ของประเทศมาครองได้สำเร็จ



รู้สึกยังไงที่ได้เป็นเดอะสตาร์?

"ทีแรกก็รู้สึกลอยๆ ครับ แบบว่าฝันไปรึป่าว ดีใจมากๆ ที่เป็นกันที่ได้มาเป็นเดอะสตาร์ในปีนี้
ภาคภูมิใจมากๆ ครับ"


มีใครที่อยากพูดถึงมั้ย?

"คุณพ่อคุณแม่ คุณอา ครอบครัวของกัน และทุกๆ คนที่ให้กำลังใจ
ทั้งที่อยู่ที่นี่และอยู่ทางบ้านที่เป็นกำลังใจให้กันและโหวตให้กันโดยตลอด"


เมื่อคืนนอนหลับมั้ย?

"เมื่อคืนนอนไม่หลับ เพราะว่ากันไม่ได้คิดว่าวันนี้เราจะเป็นยังไง
แต่คิดว่าเมื่อวานเราทำเต็มที่ แล้วรู้สึกว่าวันนี้วันสุดท้ายที่เราจะได้ร้องเพลงบนเวทีเดอะสตาร์"


แล้ววันนี้เราเต็มที่ขนาดไหน?

"ตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ออกมา เพราะเห็นคนดูมาดูมาก
ไม่เคยเห็นคนดูเยอะขนาดนี้ วันนี้ตั้งแต่เพลงแรกก็ร้องเต็มที่"


คุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงบ้าง?

"คุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าเก่งมากครับ แล้วก็หอมแก้มคุณแม่
แต่ว่าไม่ได้เจอไม่ได้คุยมาประมาณ 3 เดือนแล้วครับ วันนี้ได้เจอได้กอดก็ชื่นใจ"


บอกคุณแม่ว่าไง?

"ก็บอกว่าแม่ กันทำได้แล้วนะ กันได้เป็นเดอะสตาร์แล้วแม่"


รู้สึกยังไงกับความฝันครั้งนี้?

"มันเป็นสิ่งที่เกินความฝันมากๆ ครับ ก็คือจากปีที่แล้วกันมาประกวดหาประสบการณ์
เราก็ได้ประสบการณ์ที่ว่าเราเคยแพ้มา ปีหนึ่งที่ผ่านมา ที่กันเคยขึ้นพูดที่เคยเรียร้องเพลงมา
มันทำให้กันรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก ที่ได้มายืนตรงนี้ เป็นนาทีที่ยิ่งใหญ่ที่กันได้มาเป็นเดอะสตาร์ในวันนี้"

มองอนาคตต่อไปยังไงบ้าง?

"ความมุ่งมั่นทำให้ดีที่สุดครับ คือว่าอนาคตเรามันก็ต้องมีงานที่หนักขึ้น
เราก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน เราก็เป็นคนของประชาชนแล้วด้วย"

ถ้วยเดอะสตาร์จะเอาไปไว้ที่ไหนหรือเอาไปให้ใครยังไง?

"ก็อยากมอบให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะว่าคุณพ่อสอนเราร้องเพลงตั้งแต่เด็ก
แล้วเค้าก็มีความฝันอยากจะให้เราได้เป็นนักร้อง กันก็บอกคุณพ่อว่ากันอยากเป็นนักร้อง
กันอยากร้องเพลง แล้ววันนี้ลูกชายคุณพ่อทำได้แล้วครับ
ก็จะเอารางวัลนี้มอบให้คุณพ่อคุณแม่"

ฝากอะไรถึงคนดูทั้งประเทศ?

"อยากขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจทั้งหมดที่โหวตให้กันมาโดยตลอด
กันก็จะทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับรางวัลนี้ตลอดไป
ขอบคุณจริงๆ ครับ สำหรับทุกอย่างทุกอย่างที่มีในวันนี้และมีให้กันตลอดไป"

เป็นคนเดียวบนเวทีเดอะสตาร์ในปีนี้ที่พี่เพชร ซึ่งเป็นกรรมการบนเวทีการประกวดเดอะสตาร์
กล่าวชมว่า "เออ...เอ็งเก่ง" และงานนี้หนุ่มกันยังขอบคุณแฟนๆ ทั่วประเทศบนเวทีด้วยว่า
ขอบคุณที่ยังมี "กัน" และ "กัน"

 


 ขอบคุณภาพแสกนจากคุณ aoikotori@pantip ค่ะ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

 

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ จาก "เดอะสตาร์" สู่ว่าที่ซูเปอร์สตาร์

หากพูดถึงคุณสมบัติของ "ดาว" ในศัพท์แสงวิทยาศาสตร์ คงจะต้องนั่งคุยกันอีกยาวนานและซับซ้อน
เพราะไหนจะต้องดูน้ำหนักของดาว เส้นผ่านศูนย์กลาง แรงดึงดูด ปริมาณก๊าซต่างๆ ในดาว
ความหนาแน่นของดาว และอีกมากมายหลายประการจนน่าปวดหัว
แต่หากพูดถึงดาวด้วยศัพท์เรียบง่ายตามสไตล์มนุษย์ผู้เสพความโรแมนติกเป็นอาจิณ
คงจะมองว่าคุณสมบัติของ "ดาว" คือความสวยงามบนฟ้าสูงที่ผู้คนเบื้องล่างนิยมชมชอบที่จะมอง

มีคนมากมายที่อยากจะเป็น "ดาว"
แต่การที่จะขึ้นไปถึงจุดที่มีคุณสมบัติ ทั้งสวยงาม สูง และผู้คนอยากชื่นชม ไม่ใช่เรื่องง่าย
คนเป็นล้านคน หนึ่งในนั้นอาจจะมีเพียงคนเดียวที่สามารถพุ่งขึ้นมาเป็นดาวให้เราชื่นชม

หนึ่งในนั้นที่ว่า ย่อมมีชื่อของ "กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ"
หนุ่มสุพรรณบุรีหน้าคม ผู้เป็นเจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในรายการ "เดอะสตาร์ ค้นฟ้าค้าดาว"
ซึ่งในปีนี้เขาจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้ว

จากวันที่พิธีกรประจำรายการเดอะสตาร์ประกาศว่า "กัน" คือเดอะสตาร์ในปีนี้
เจ้าตัวบอกว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาดาวดวงใหม่ของเรา "งานเข้า" (หมายถึงงานดี) ทันที

"พอหลังจากวันประกาศปุ๊บ วันรุ่งขึ้นก็มีงานเข้ามาเยอะมากครับ ตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้า ทำงานจนถึง 4-5 ทุ่ม
คือมีคิวทุกวัน ส่วนน้ำหนักจะหายไปกี่กิโลตอนนี้ กันยังไม่ได้ชั่งน้ำหนักครับวันนี้ แต่รู้สึกว่าตัวเองผอมลง
ก็พยายามดูแลสุขภาพของตัวเองมากๆ ครับ ถ้ามีเวลา นั่งรถก็จะนอนบนรถตู้ครับ"


คิดดูสิ งานชุกขนาดไหน ผ่านไปไม่กี่วัน เราก็ได้ยินเสียงเพลง "ระยะทำใจ" ของเขากันแล้ว...

"ตอนนี้โหลดเพลงทางอินเทอร์เน็ตได้แล้วครับ ชื่อเพลง "ระยะทำใจ" กันชอบมาก
เป็นทำนองดนตรีที่เหมาะกับเพลงพ๊อปช้าๆ เนื้อหาเพลงนี้เป็นความรักของผู้หญิงผู้ชายครับ
แต่พี่คนที่แต่งเพลง เขามองจากคาแร็กเตอร์ของกันด้วย
คำว่าระยะทำใจ มาจากปีที่แล้ว กันมาประกวดเดอะสตาร์แต่ผิดหวังไป
หลังจากอยู่ใระยะทำใจแล้ว ก็กลับมาประกวดปีนี้ใหม่ครับ"


นอกจากจะเริ่มเข้ามาทำงานเป็นศิลปินแล้ว ในอีกบทบาทหนึ่งของกัน
ก็คือการเป็นนิสิตชั้นปีที่ 2 ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ซึ่งเขาวางสมดุลระหว่างเรื่องเรียนกับเรื่องงานไว้อย่างน่าสนใจ

"แม้ว่าผมจะเข้ามาเป็นเดอะสตาร์แล้ว แต่ผมก็ไม่อยากพักเรื่องเรียนครับ
พอดีที่มหาวิทยาลัยโทร.มาแล้ว อาจารย์บอกว่าให้กลับไปเรียนด้วย
อาจจะไม่ต้องเรียนเยอะเหมือนเมื่อก่อน การลงเรียนอาจจะแบบ 1-2 เท่าตัว
เท่าที่เรียนได้ ซึ่งกันก็คิดว่าไหวครับ
โดยส่วนตัวที่กันมอง เวลาที่เรามองศิลปินบางคนที่ยังต้องทำงานในวงการบันเทิง
และยังเรียนไม่จบ เราคิดว่าคุณค่าจะลดลงไป แต่อย่างน้อย ถ้าเรายังเรียน
แล้วเรามีปริญญาตรีสักหนึ่งใบ มันก็ยังดีครับ ให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ
เพราะการเรียน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ครับ"


แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ เท่ากับว่าจะจบช้ากว่าเพื่อนนะ...
"ไม่เป็นไรครับ ก็ต้องยอม เพราะในเมื่อเราได้เข้ามาถึงตรงนี้ ได้ทำในสิ่งที่เรารัก
คือการร้องเพลง ได้มีโอกาสทำานในวงการบันเทิง ได้เจอคนที่รักเรา ให้กำลังใจเรา
ช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถหารายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวของเราด้วย
กันก็อยากจะเก็บตรงนี้ไว้ อยากจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ เพราะท่านเหนื่อยมามาก
กันอยากจะให้คุณพ่อคุณแม่พักครับ อยากจะดูแลท่านเอง"


กว่าที่จะขึ้นเป็น "ดาว" ที่ส่องสว่างสวยงามขนาดนี้ กันบอกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกำลังใจของแฟนคลับ
ซึ่งกันเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

"แฟนคลับก็ยังตามมาให้กำลังใจกันอยู่สม่ำเสมอครับ
อย่างในวันที่กันต้องไปถ่ายเอ็มวีที่ชะอำ ตากแดดมาทั้งวันเช้ายันเย็น
พอถึงช่วงเย็น ทั้งกัน พี่โตโน่ ริท ต้องกลับมากรุงเทพฯ เพื่ออัดรายการของพี่มดดำครับ
ตอนนั้ก็มีแฟนคลับมาให้กำลังใจ วันนั้นทั้งเหนื่อยทั้งเพลียมากครับ
แต่พอมาเห็นแฟนคลับถือป้ายไฟให้เรา เราเห็นแล้วมีกำลังใจ มีแรงที่จะยิ้ม
มีแรงที่จะทำงาน มันเหมือนว่าเราไม่ได้สู้อยู่คนเดียว กันอบอุ่นมากๆ ครับ
มีคนพร้อมที่จะสู้ไปกับเรา"


นอกจากแฟนคลับที่ติดตามไปเชียร์กันตามที่ต่างๆ แล้ว ในโลกออนไลน์ กันก็ฮอตไม่แพ้กัน
อย่างในยูทูปที่แปะคลิปในตอนที่กันร้องเพลง "น้ำตาแสงไต้"
(ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซีนที่ดราม่าที่สุดในการประกวดเดอะสตาร์ครั้งนี้)
ในวันนี้ จำนวนผู้เข้าชมใกล้จะถึงสามแสนคนแล้ว

ส่วนในเฟซบุ๊กของกัน ตอนนี้ก็มีแฟนเข้ามาร่วม 3,000 คนเลยทีเดียว
แถมแฟนคลับในเว็บไซต์พันทิป ที่เขารวมกลุ่มในชื่อว่า ครก. (คนรักกัน)
ก็ยังเหนียวแน่นในระดับที่ว่า กันมาโพสต์เมื่อไหร่ เว็บล่มทุกที! เจ้าตัวเล่าให้เราฟังว่า
"เว็บพันทิปล่มเลยครับ (หัวเราะ) มีแฟนคลับเรียกร้องว่าให้กันเข้าไปคอมเม้นต์บ้าง
เข้าไปวันหนึ่งแล้วเข้าไปอีกไม่ได้ครับ แบบเยอะมาก กระแสตอบรับดีมาก
ส่วนเฟซบุ๊ก กันเข้าเป็นบางวัน กันเห็นว่าเขาอยากเห็นเราเข้าไปพูดคุยบ้าง
และกันก็รู้สึกดี อบอุ่น ที่มีคนให้กำลังใจเราเยอะขนาดนี้ครับ
บางทีกันกลับบ้านไป ก็ไม่ได้เล่น ได้คุยกับใครมาก แต่กันจะใช้เวลาในการอ่านทุกๆ คอมเม้นต์
ที่เข้ามาเขียนให้เรา รู้สึกว่าทุกคนรักกัน ที่เป็นตัวกันแบบนี้"


ในโลกออนไลน์นี้ มีเรื่องราวของแฟนคลับคนหนึ่ง ที่พอกันเล่าให้ฟังแล้ว
เชื่อแน่ว่าคนฟังต้องขนลุกด้วยความซาบซึ้ง
เป็นเรื่องของคุณยายคนหนึ่งที่ติดตามผลงานของกันอยู่

"กันอ่านคอมเม้นต์หนึ่งของพันทิป เป็นหลานๆ เข้ามาคอมเม้นต์เล่าเรื่องราวถึงคุณยายที่เสียชีวิตไปแล้ว
คุณยายป่วยโรคเดียวกับพี่พุ่มพวงครับ ก่อนที่เสียชีวิต หลานชวนคุณยายดูเดอะสตาร์
ซึ่งหลานๆ เชียร์ริทอยู่...
...ในคืนนั้นเป็นการประกวดร้องเพลงรอบลูกทุ่ง คุณยายเห็นกันร้องเพลงลูกทุ่ง
คุณยายก็ยิ้มครับ หลานๆ ถามว่ายิ้มทำไม คุณยายตอบว่า เพลง "หัวใจเพรียกหา" ที่กันร้อง
คุณตาเคยร้องให้ฟัง คุณยายถามหลานๆ ว่า เชียร์ริทกันใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นยายจะเชียร์กัน
หลังจากวีกนั้นคุณยายก็จะรอดูเดอะสตาร์ตลอดทุกวีก และให้หลานกดโหวตให้กันด้วย
พอมาถึงเพลงลูกกรุง ที่กันร้องเพลงกับคุณพ่อ คือเพลง "หยาดเพชร" คุณยายยิ้มและน้ำตาไหล
และบอกว่า เพลงนี้คุณยายเคยร้องคู่กับคุณตาครับ เป็น 2 เพลงที่เป็นอดีตของคุณยาย
และคุณยายประทับใจ พอมาถึงวันที่ 1 พ.ค. คุณยายดื้อมาก
หลานๆ จะเอาชื่อกันไปอ้างว่า ถ้าไม่กินยา ถ้าดื้อ จะไม่ให้ดูเดอะสตาร์นะ
และในวีกคอนเสิร์ตสุดท้ายที่กันร้องเพลงกับคุณพ่อ คุณยายก็เสียชีวิตครับ
เหมือนกับว่ากันทำให้คุณยายมีความสุขจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตครับ
ดีใจตรงนี้มากๆ ที่มีคนรักเราขนาดนี้ ขอบคุณด้วยครับ"


ดูจากบุคลิกภายนอกแล้ว มีแต่คนบอกว่า กันเป็นคนเรียบร้อย เจ้าตัวรีบแก้ตัวกลับเลยว่า
"ไม่ครับ ไม่เรียบร้อย กันว่า เป็นคนเงียบๆ พูดน้อยมากกว่า
กันจะเป็นคนขี้อาย เราเติบโตกับวัดที่เราอยู่มาเกือบ 6 ปี ถือว่ามีส่วนมากครับ
เพราะว่าตอนที่กันอยู่กับพ่อกับแม่ เราไม่ต้องทำอะไรเอง
แต่พอมาอยู่วัด ทำให้กันต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเอง
ทำให้กันเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เหมือนกับว่าเราต้องมองโลกให้ดี
ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ยังมองโลกในแง่ลบ กันจะกลัวมาก เวลามีคนเดินตามกันมาที่วัด
กันจะรู้สึกว่ามีคนมาทำร้าย เพราะเราอยู่คนเดียว เราไม่มีใครมาดูแลครับ
พ่อแม่อยู่ไกล บาทีจึงเป็นคนไม่ค่อยพูด"


ด้วยความที่อยู่กับวัดกับวามา ทำให้กันมีสมาธิทุกครั้งที่ขึ้นเวทีร้องเพลง...
"เหมือนกับว่าเราอยู่กับตัวเองมาค่อนข้างจะเยอะกว่าคนอื่น
กันมักจะวางแผนว่าในแต่ละวัน กันจะต้องทำอะไรบ้าง
เราต้องวางแผนในการใช้ชีวิตตลอดเวลาครับ และพอมาประกวดเดอะสตาร์
ก่อนขึ้นเวที กันก็มักจะนั่งทำสมาธิ กันมักจะไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ
ว่าอย่าให้กันประหม่านะ อย่าให้กันตื่นเต้นนะ ร้องเพลง ก็ขอให้เสียงมันเพราะที่สุด
ให้คนชอบ บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองนิ่งไปครับ อย่างเช่นเวลาที่เราพูด
กลับมาดูเทปคอนเสิร์ตที่เราพูดไป ก็ยังมานั่งฮาว่า เราพูดไปได้ไงครับ
บางจุดก็เคยบอกว่า มันน่าจะขำได้กว่านี้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่กันคิดว่ากันจะปรับปรุงครับ
เพราะว่าการเอ็นเตอร์เทนคนดูถือเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างครับ นอกเหนือจากการร้องเพลง
เพราะการที่จะทำให้คนดูสนุกกับเราไปตลอดทั้งมินิคอนเสิร์ต ยังต้องรวมไปถึงการพูดคุยด้วย
ตรงนี้กันยังต้องพัฒนาต่อไปครับ การที่ได้ออกงานที่ผ่านมาหลังจากประกวด
เช่น มันนี่เอ็กซ์โปที่ผ่านมา ทำให้เราได้มีประสบการณ์มากขึ้น
ได้เจอคนมากขึ้น ได้พูดคุยมากขึ้น"


ขนาดตอนรับรางวัล ก็ยังดูนิ่งเลย แต่เจ้าตัวบอกว่า ตอนนั้นที่นิ่งเพราะรู้สึกตื่นเต้น ตื้นตันต่างหาก
"คือมันอื้อไปหมดครับวันนั้น กันไม่ได้นิ่งครับ ตอนที่ประกาศ ตั้งแต่เดินเข้ามา
พอจะถึงช่วงประกาศ เริ่มไม่รู้ละว่าพิธีกรพูดว่าอะไรบ้าง
แม้กระทั่งตัวเลขการโหวตกี่เปอร์เซ็นที่ได้ ยังไม่รู้ครับว่าได้เท่าไหร่
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าได้เท่าไหร่ ตอนนั้นได้ยินคำว่า "กัน" คำเดียว
แล้วเหมือนกับฝันครับ เหมือนฝันจริงๆ เพราะเราไม่ได้หวังว่าเราจะได้เป็นเดอะสตาร์
และการประกาศผลท่ามกลางบรรยากาศที่คนเยอะมาก ที่อิดอร์สเตเดี้ยม รู้สึกว่าคนรักเราเยอะมาก
รวมถึงคนทางบ้านที่เชียร์เราอีก รู้สึกมันตื้อๆ แล้วเราทำอะไรไม่ถูกจริงๆ"


กันมองเส้นทางชีวิตภายใต้นามสกุลเดอะสตาร์ ที่ต่อไปคนจะต้องเรียกเขาว่า "กัน เดอะสตาร์" ไว้ว่า
"ตอนนี้ยังไม่ได้คิดครับ และแล้วแต่ผู้ใหญ่ด้วยครับว่า จะมองว่าเราเหมาะกับอะไร
ความจริง อยากจะลองทำทุกอย่าง เช่น หากว่ามองเราเหมาะกับละคร
ก็อาจจะเป็นละครเวที อยากลองทำ มีโอกาสได้ไปดูเบื้องหลังละครเวทีกินรีสีรุ้ง
เห็นว่าเป็นอะไรที่น่าลอง และละครเวทีค่อนข้างยากมาก
ใครที่ได้ผ่าตรงนี้ ถือว่าเป็นคนที่เก่งมากๆ ครับ
แต่ตอนนี้ งานที่กันอยากทำ คืออลับั้มเพลงพ็อปครับ แต่ว่าในอนาคตต่อไป
อยากจะทำแนวเพลงที่เป็นเพลงเก่า เอามาทำใหม่ แต่ไม่ใช่เพลงลูกทุ่งจ๋า
เป็นเพลงกึ่งลูกกรุง ทำดนตรีให้ดูทันสมัยขึ้นครับ แต่ยังมีความเป็นไทยอยู่ด้วย
กันชอบแบบนี้ครับ"


"กัน เดอะสตาร์" จำชื่อนี้ไว้ให้ดี เพราะในอนาคตข้างหน้า หนุ่มหล่อมาดเข้มผู้นี้
อาจจะพัฒนาตัวเอง จากความเป็น "ดาว" หรือ "สตาร์" กลายเป็น "ซูเปอร์สตาร์" ก็เป็นได้

 

กัน@Hamburger MAGAZINE

posted on 28 May 2010 12:42 by gun-gun  in MAGAZINE

เอิ่มม มาอีกแล้วนะคะ กับนิตยสารที่มีน้องกัน
คราวนี้เป็น Hamburger MAGAZINE Vol.8 No.143 May 2010  หน้าปกน้องแอฟค่ะ

<< ปกนี้นะคะ ง๊ามมม งาม

 


THE STAR IS BORN...
จากดินสู่ดาว และก้าวต่อไปของ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่นะคะ

cr.รูปแสกนจาก พอดีคำ@พันทิบค่ะ


ABOUT HIM

-เอ้าดีใจกับคน "ภาคกลาง" หน่อย-
ได้ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ - ภาคกลาง (สุพรรณบุรี) เป็น The Star
ประจำภาคกลางกับเขาเสียที หลังจากปล่อยให้ภาคอื่นๆ ชิงพื้นที่ไปหมดแล้ว


ย้อนดูสถิติ
The Star 1 : สน-สนธยา ชิตมณี ภาคใต้ (หาดใหญ่)
The Star 2 : อรรถพล ประกอบของ ภาคเหนือ (เชียงใหม่)
The Star 3 : อาณัตพล ศีริชุมแสง ภาคอีสาน (อุดรธานี)
The Star 4 : วิชญาณี เปียกลิ่น ภาคใต้ (ภูเก็ต)
The Star 5 : สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี ภาคอีสาน (ขอนแก่น)


"กันเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ชายบ้านๆ เป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง
ที่มีความฝัว่าอยากจะเป็นนักร้อง วันนี้ก็ได้มาเป็นเดอะสตาร์
นอกเหนือจากความดีใจ ก็อยากจะขอบคุณคนไทยทุกคนมากๆ
ที่ทำให้กันได้มายืนอยู่ตรงนี้"


กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ เจ้าของตำแหน่ง The Star คนที่ 6 ของเมืองไทย
บอกเล่าความรู้สึกหลังเรียกคะแนนโหวตอันดับ 1 เฉือนชนะ ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช
เพื่อนร่วมเวทีประกวดไปตามความคาดหมาย
บ่ายวันรุ่งขึ้น เสียงเชียร์บนเวทีเริ่มซาลง แต่ทั้งภาพและเสียงบนเวทียังคงดังกึกก้องในความทรงจำ
ความหมายของคำว่าจาก "ดิน" เป็น "ดาว"น่าจะบอกเล่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้ได้ดีที่สุด


"ช่วงก่อนและหลังจากที่ได้รู้ว่าเป็นแปดคนสุดท้ายของ The Star 6
กันก็รู้สึกภูมิใจแล้วนะครับ แต่พอมาวันนี้ วันที่เราได้เป็นเดอะสตาร์ กันคิดว่าทุกอย่างมันคงไม่เหมือนเดิม
คงใช้ชีวิตเหมือนปกติไม่ได้แล้ว จากเมื่อก่อนที่ตื่นแล้วไปเรียนหนังสือ
แต่วันี้พอเราได้เป็นเดอะสตาร์ ได้เป็นคนของประชาชน กันคิดว่าคงต้องมีอะไรเข้ามาในชีวิตมากขึ้น
คงต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีมากขึ้นครับ"

"ต้องบอกก่อนเลยว่า ในชีวิตกันไม่เคยคิดว่าจะมีคนมาเชียร์เรา มีคนมาถือป้ายไฟ
มีคนมาใส่เสื้อแฟนคลับให้กันแบบนี้เลย กันเห็นทุกคนตั้งแต่วันแรกที่งานแถลงข่าวเลยนะครับ
บอกได้เลยว่าวันนั้นกันรู้สึกตกใจมาก เพราะพี่ๆ น้องๆ เขาเชียร์เรามาตั้งแต่วันแรกๆ แล้วก็เยอะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"

"กันดีใจมากที่พวกเขารักเราขนาดนี้ ซึ่เราก็ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง
เวลาที่กันได้ออกมาร้องเพลงทุกครั้งก็อยากจะมอบความสนุกให้อย่างเต็มที่
หลายครั้งที่กันโดนคอมเม้นต์กลับมาไม่ค่อยดี บางทีก็รู้สึกท้อ
แต่เวลาก่อนที่กันจะขึ้นรถกลับบ้านก็จะมีโอกาสได้เดินผ่านแฟนคลับ
จะมีเสียงที่ตะโกนว่า รักกันนะ กันสู้ๆ ตรงนี้มันเหมือนเป็นพลังงานให้เรากลับมามีกำลังใจขึ้นอีก"

แชมป์คนล่าสุดพูดทุกประโยคพร้อมรอยยิ้ม
ถึงแรงเชียร์แรงใจที่ได้จากกองเชียร์ตลอด 6 เดือนของการประกวด


เสียงเสน่หา

ขณะเดียวกัน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงผู้เข้าแข่งขัน The Star ในปีนี้ก็มีไม่น้อย
บ้างก็ว่าเน้นแต่หน้าตา แต่คุณภาเสียงผู้เข้าประกวดส่วนใหญ่ บี้ The Star ยังฟังเพราะกว่า
จะเหลือรอดให้พอประทับใจได้ก็มีเพียงไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นก็ย่อมรวมถึงแชมป์
กันเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่เสียงดีที่สุดของปี
ขณะเดียวกันข้อเสียของเด็กหนุ่มคนนี้คือเสน่ห์บนเวที
เขาถูกวิจารณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงเสน่ห์ที่ต้องเรียกควานหามาเพิ่มเติม
บ้างก็ว่าเขาพูดน้อยและขี้อายเกินไป


"ตอนแรกก็กังวลนิดหน่อยครับ แต่กันคิดว่าทุกอย่างมันอยู่ที่การฝึกฝน อยู่ที่ประสบการณ์
วันหนึ่งถ้าเรามีประสบการณ์มาก มีเวทีที่เปิดโอกาสให้เราได้ออกไปพบปะผู้คนมาก
ได้ฝึกเอนเตอร์เทนคนดูทุกวัน มันก็เหมือนเป็นการฝึกพูดคุยกับคนดูให้เรารู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น"

"คิดว่าในอนาคตก็อยากจะพัฒนาเรื่องของการเอนเตอร์เทนคนดูครับ
เพราะกันยังมีความขี้อายอยู่เล็กๆ อยากจะทำอะไรบนเวทีให้เป็นธรรมชาติกับคนดูเยอะกว่านี้
เหมือนที่ริท (ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช The Star6) ทำบนเวที
อยากเอนเตอร์เทนคนดูให้เก่งมากขึ้น"

ต่อสู้กับอาถรรพ์

ว่ากันว่าเวทีประกวด The Star มักมีอาถรรพ์ จริงไม่จริงไม่รู้
แต่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาส่วนใหญ่แชมป์มักไม่ดังเท่าที่ควร


"กันไม่ได้คิดว่าจะต้องดังกว่าใคร หรือว่าจะเป็นยังไง
แต่ว่าแค่กันได้มีโอกาสทำผลงานของตัวเองสักชิ้นให้ออกมาดีที่สุด แค่นั้นพอ
ออกมาแล้วทำให้คนดูชอบ และรักในผลงานที่เราทำ แค่นี้พอแล้วครับ
ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปดังกว่าใคร คิดว่าถ้าทำแล้วกันมีความสุข แค่นี้พอ"

บนเส้นทางโคจรของ "เดอะสตาร์" และ "ซูเปอร์สตาร์"

"สำหรับกัน The Star เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นครับ
จุดเริ่มต้นที่ชีวิตจะต้องมาเจอกับการทำงานจริงๆ
ชีวิตที่จะต้องเจอกับเรื่องราวและผู้คนมากมายที่กำลังจะก้าวผ่านเข้ามาในชีวิต
วันหนึ่งเราคงจะต้องเจอเข้ากับอุปสรรคหรือปัญหา
แต่ตรงนี้เป็นสิ่งเริ่มต้นไปสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์
เราต้องมีความอดทน และขยัน และก็ตั้งใจทำงานครับ"

"กันยกตัวอย่างเช่น พี่บี้ (สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว) ซึ่งเป็นไอดอลของกันด้วย
กันเห็นพัฒนาการของพี่บี้มาตั้งแต่เดอะสตาร์ 3
แต่ก่อนพี่บี้ยังเต้นไม่เป็นเลย แต่จะเห็นว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
พี่บี้กลายมาเป็นนักร้องที่ โอ้โห เต้นได้เท่มาก ทั้งการร้องก็พัฒนามากขึ้น
ถึงตอนนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งของเมืองไทยไปแล้วก็ว่าได้ครับ"

"อีกอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสพบกับพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) ครับ
แล้วก็รู้สึกว่าได้คำแนะนำที่ดีมากๆ กลับมา
กันถามพี่เบิร์ดว่าทำยังไงถึงได้อยู่ในวงการได้นานขนาดนี้ และคนก็รักพี่เบิร์ดมากมายขนาดนี้
พี่เบิร์ดก็สอนว่า เวลาเราจะทำอะไร เราต้องสนุกกับมัน เราต้องซื่อสัตย์กับมัน
ทำมันให้สุดๆ ไม่ต้องกลัวว่าเราจะอาย จะต้องเขิน เราออกไปเพื่อจะไปสนุก
เพื่อจะทำให้คนดูมีความสุข ซื่อสัตย์กับคนดู ซื่อสัตย์กับเพลงที่เราร้อง
แล้วทำมันออกมาให้เต็มที่ที่สุด"

"อีกอย่างที่สำคัญก็คือเรื่องของการมีสัมมาคารวะครับ เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ
การที่เรามีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ มันถือเป็นมีเสน่ห์อย่างหนึ่ง"

บนเส้นทางอนาคตสู่ดวงดาว

"อย่างแรกที่กันอยากทำ คงเป็นอัลบั้มเพลงของตัวเอง
กันอยากเป็นนักร้อง อยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ
ว่าอยากจะเป็นนักร้อง ชอบซื้อคอนเสิร์ตของศิลปินต่างๆ มาดู
แล้วก็คิดว่า ถ้าวันหนึ่งเราได้มีคอนเสิร์ต ได้ไปยืนอยู่บนเวทีนั้นบ้าง
มีเพลงของเราเอง มีคนร้องเพลงตามสิ่งที่เราร้อง มันคงจะเป็นอะไรที่วิเศษมากๆ ครับ"

 

Hot! Star 'Gun-Napat'@IN MAGAZINE

posted on 27 May 2010 15:54 by gun-gun  in MAGAZINE

พิมพ์บทสัมภาษณ์เสร็จแล้วนะคะ น้องกันตอบได้น่าประทับใจมากๆๆๆ
ปล. เราพิมพ์เอง ตกหล่นตรงไหน ขออภัยไว้ ณ ที่นี่นะคะ :)

 

 

Hot! Star 'Gun-Napat'

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ค่ะ

 

My Family

ครอบครัวผมมีพ่อ แม่ พี่สาว ผม น้องชาย แล้วก็ยาย
บ้านเราอยู่อำเภอศรีประจันต์ ตอนแม่ท้องผม แม่เล่าว่าฝันเห็นลูกช้างเอางวงมาสัมผัสแม่
พอตั้งท้องจึงคิดว่าน่าจะได้ลูกชาย
ตอนเล็กๆ ผมเลี้ยงยาก ร้องไห้เก่ง จนยายว่าน่าจะเกิดเป็นนักร้อง
ยายจึงต้องอุ้มทั้งวัน จนยายไปไหว้พ่อขุนรามคำแหง ขอให้ช่วยให้ผมเลี้ยงง่าย ไม่ร้อง
ซึ่งพอยายไปขอพร ผมจึงหาย

พ่อผมเป็นนักวิชาการสุขาภิบาล ส่วนแม่เป็นครู
ตอนเด็กๆ เวลาอแม่ไปทำงาน ผมก็อยู่กับยาย โตมากับยาย
ยายน่ารักครับ นิสัยคล้ายๆ กับแม่ คือขี้บ่นนิด แต่น่ารัก ผมชอบกอดและหอมยาย
ส่วน่พอเป็นคนเจ้าระเบียบ แต่เราเหมือนกันตรงที่เป็นคนขี้เหนียวครับ
เวลาพ่อจะซื้อของสักอย่างจะดูละเอียดมาก แค่ซื้อกางเกงตัวละร้อยกว่าบาท
เช็กเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะซื้อ

Aram Boy

ผมก็เหมือนกันครับ เวลาเรียนอยู่กรุงเทพฯ ผมได้เงินอาทิตย์ละ 700 บาท
ผมเหลือเงินเก็บอาทิตย์ละ 300 บาท
เพราะพอจบ ป.6 คุณพ่อฝากให้มาอยู่กับหลวงตาที่วัดเลียบ อยู่ตรงข้ามโรงเรียนสวนกุหลาบฯ
ผมจึงสะดวก แค่ข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว ประหยัดมาก ไม่ต้องเสียค่ารถ
และถ้าไม่กินขนมเยอะ ผมก็มีเงินเก็บ แต่ไม่ฝากธนาคาร เพราะเดี๋ยวพ่อแม่รู้
ผมอยู่วัด 6 ปี จนเรียนจบม.6 พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจึงย้ายไปอยู่กับอา

ตอนแรกผมน้อยใจว่าทำไมต้องมาอยู่วัด
ในขณะที่พี่น้องได้อยู่บ้าน แต่ผมรู้ว่าที่พ่อแม่ทำแบบนี้เพราะรัก และอยากให้เราได้ดี
ตอนผมอยู่วัดก็ได้ฝึกตัวเองทั้งเรื่องกินอยู่ ดูแลตัวเองและต้องจัดการเรื่องเรียนด้วย
ผมว่าเป็นบุญที่ได้เรียนสวนกุหลาบฯ เพราะเป็นโรงเรียนที่ดีมากๆ

ชีวิตเด็กวัดองผมก็เหมือนเด็กวัดหลายๆ คน เพียงแต่ไม่ต้องตามหลวงตาไปบิณฑบาต
เพราะต้องไปเรียนเช้า ก็กินข้าวก้นบาตร เลิกเรียนก็ช่วยเก็บกวาดใบไม้ตามลานวัดและหน้ากุฏิ
ถือเป็นความโชคดีของผมที่อยู่วัด เพราะชีวิตวัยรุ่นมีสิ่งยั่วยุมากมาย
แต่ช่วงเรียนม.ต้น ผมแทบจะไม่ไปไหน เลิกเรียนก็กลับวัด ม.ปลายเริ่มไปไหนมาไหนบ้าง
เพราะไปเรียนพิเศษกลับค่ำหน่อย ก็บอกหลวงตาไว้ ผมเป็นคนเรียบร้อยพอสมควร ไม่เกเร
แต่ด้วยความที่อยู่ใกล้โรงเรียนมาก เดี๋ยวค่อยไป...จึงสายเป็นประจำ

ผมได้อยู่ห้องคิงมาตลอด เพื่อนในกลุ่มส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องเรียน ไม่ค่อยเที่ยว
ผมกับเพื่อนๆ จะตั้งวงอะคูสติก เล่นกีต้าร์ ร้องเพลงกัน
วงเรามีคนเล่นกีต้าร์ เล่นไวโอลิน และตีกลอง ส่วนผมร้องนำครับ
เราเข้าประกวดที่โรงเรียนครั้งแรกตอนเรียนม.5 แต่ตกรอบ
พอม.6 กลับไปประกวดอีกครั้ง คราวนี้ได้แชมป์ของโรงเรียนเลยครับ

Pride of Parents

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ผมจะนึกถึงหน้าพ่อแม่ก่อนครับ
ไม่อยากให้ท่านเสียใจ ตอนเรียนม.ปลาย บางทีผมก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้าง
ไม่ใช่ว่าไม่ไปเลย เพียงแต่อยู่ไม่ดึก คือเราทำอะไรก็มีสติรู้ว่าทำอะไรอยู่
และต้องดูแลตัวเองอย่างไร
ส่วนคำสอนของพ่อแม่คือ เวลาจะทำอะไรก็ต้องทำเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด
แล้วเวลาไปไหนมาไหนก็ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่หยิ่ง ต้องไหว้ทุกคนที่เราทำงานด้วย
แล้วเขาจะเอ็นดู จะเมตตาเรา

I'm serious about...

ปีที่แล้วผมประกวดเดอะสตาร์ ก็หวังอยู่ลึกๆ และพอไม่ได้ก็ผิดหวัง
วันนั้นผมร้องไห้เลยครับ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผมเสียใจมาก
หลังจากวันนั้นผมกลับมาสู้ต่อ มาเรียนร้องเพลงอย่างจริงจังกับครูเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า
อยู่ 1 ปีเต็มๆ เพื่อปรับสำเนียงไม่ให้เหน่อ เปลี่ยนแนวร้องจากลูกทุ่งมาเป็นป๊อป
ยากครับ แต่ก็ทำให้ผมมั่นใจ และทำให้ผมมีวันนี้

The best in my life

วันนี้มันเหมือนฝันครับ ผมไม่เคยคิดว่าจะมีคนรักและให้กำลังใจมากมายขนาดนี้
ดีใจที่ความพยายามตลอด 1 ปีที่ผ่านมาทำให้ผมเดินตามความฝันมาเรื่อยๆ
จนในที่สุดสำเร็จได้เป็นเดอะสตาร์ ผมภูมิใจมากครับ
วันนี้ผมยังเหมือนเดิม เพียงแต่ได้นอน 2 ชั่วโมงเองครับ
และต่อไปคงไม่ค่อยมีเวลาว่าง คงมีงานเพิ่มมากขึ้น ต้องเจออะไรอีกหลายอย่าง

This is me...

ฉายาที่เพื่อนสวนกุหลาบฯ เรียก...ไอ้ดำ
   เพราะผมตัวดำกว่าตอนนี้เยอะ คงเพราะเรียน ร.ด. มั้งครับ
ฉายาที่เพื่อนเกษตรศาสตร์เรียก...สุดหล่อ
   เพราะผมเป็นเดือนของคณะ ทั้งที่ไม่ได้หล่อกว่าใคร แต่ชนะเพราะการร้องเพลงครับ
ของรักเป็นแหวนราหูอมจันทร์ พระอาจารย์อุเทนที่วัดท่าไม้ ให้ผมใส่ติดตัวไว้
   จะเสริมบารมีของเรา ให้ติดตัวไว้ตลอดเวลา ตอนเข้าบ้าน ตอนอาบน้ำก็ไม่ถอด...
   ผมได้ตอนเริ่มประกวดเดอะสตาร์
ผมจีบสาวครั้งแรกตอนป.5 เธอเป็นลูกสาวของอาจารย์ที่โรงเรียน
  ไม่ได้เรียนที่เดียวกัน แต่บ้านพักอาจารย์อยู่ในโรงเรียน พอเลิกเรียนเธอก็เดินผ่านผมกลับเข้าบ้าน
   ผมได้แต่มอง แต่ผมขี้อาย ไม่กล้าจีบ แม่ของเรารู้จักกัน และแนะนำให้เรารู้จักกัน ก็ได้คุยกันไม่กี่คำ
   ผมก็คิดไปว่าเธอชอบเรา แต่พอย้ายไปเรียนที่สวนกุหลาบฯ ก็ไม่เจอกัน
   อยู่สวนกุหลาบฯ ก็มีผู้ชาย เหี่ยวเลย พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็มีเหล่สาวบ้าง
   แต่ผมยังไม่อยากมีความรัก อยากทุ่มกับการเรียนและงานครับ
   มุมมองความรักของผม...ตอนผมเข้าไปอยู่ในบ้านเดอะสตาร์
   ผมจึงรู้ว่าความรักเป็นสิ่งสำคัญ และไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
   แค่มีอีกคนหนึ่งให้เราคิดถึง มีคนหนึ่งที่รักเราและเป็นกำลังใจให้เวลาเหนื่อยๆ และท้อแท้
   แต่มีคนคนหนึ่งที่ยังรักเรา แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่วิเศษแล้วครับ

 

 

เพิ่มเติมรูปแสกนสวยๆ จากพี่วิ พอดีคำ@พันทิบค่ะ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ค่ะ

 

 

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ เดอะสตาร์ 6 วันนี้กับชีวิตที่เป็นจุดรวมความสนใจ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

 

ต้องเรียกว่าแทบจะนอนมาสำหรับตำแหน่งแชมป์ The Star 6
สำหรับหนุ่มสุพรรณที่หวานทั้งเสียงและหน้า กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ
ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 3 ที่ได้เสียงเชียร์และคะแนนโหวตนำมาตลอดแทบทุกสัปดาห์
ทั้งในรอบเพลงป๊อบที่เจ้าตัวชื่นชอบ ยิ่งในรอบเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุงที่ทำได้ดี
จนผู้ชมแทบลืมหายใจ ถึงจะสะดุดเล็กน้อยในรอบเพลงร็อคกับท่าเต้นที่ยังเขินๆ อายๆ
แต่ยังคงน่าเอ็นดูสำหรับแฟนคลับที่ตามเชียร์กันมาตลอดการแข่งขัน

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ หรือ "กัน เดอะสตาร์"
หนุ่มสุพรรณบุรี เกิดวันที่ 23 ตุลาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 20 ปี
กำลังศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีที่ 1
เจ้าของแชมป์เดาะบอลระดับจังหวัด กับเส้นทางนักร้องดังที่ฝันมาตั้งแต่เด็ก

"วินาทีแรกที่ได้ยินประกาศว่าเป็นเดอะสตาร์ เหมือนกับว่าเป็นความฝันของเรานะครับ
ฝันไปหรือเปล่า เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้เป็นเดอะสตาร์ เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจมากๆ
วันนี้ก็เป็นวันที่ทำสำเร็จแล้ว หลังจากปีที่แล้วผิดหวังไป
ปีนี้ก็กลับมาสู้แล้วก็ได้เป็นเดอะสตาร์ ก็เป็นสิ่งที่ดีใจมาก"


การไม่ได้เป็นต่อที่เป็นแรงผลักให้ค้นหาตัวเองและพยายามจนมีวันนี้
"ปีที่แล้วกันมาสมัคร ใช้เพลงลูกกรุงประกวดแต่ก็พลาดไป
ตอนแรกคิดว่ากันก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่พอไม่ได้ไปต่อก็รู้สึกผิดหวัง
วันนั้นจำได้ว่าร้องไห้เลย พอออกไปจากห้องก็ร้องไห้ ทำไมนะ ทำไมเราไม่ได้
ประมาณอาทิตย์หนึ่งที่คิดว่าทำไมเราถึงไม่ได้
แล้วกันก็บอกตัวเองว่า ถ้าเราท้อต่อไปมันคงไม่มีอะไรดีขึ้น"


"ตั้งแต่ปีที่แล้วกันอยากจะประกวดเพลงป๊อป เพราะฟังเพลงป๊อบมาตั้งแต่ ม.1
ตอนอยู่สวนกุหลาบก็ฟังเพลงป๊อบมาตลอด
ก็ชอบร้อง แต่คุณพ่อสอนร้องเพลงลูกทุ่งให้กันมาตั้งแต่เด็ก
พอมาประกวดเรายังไม่ค่อยมั่นใจก็เลยใช้เพลงลูกทุ่งประกวด
แต่พอไม่ได้ก็เลยไปเรียนร้องเพลงอย่างจริงจัง เพราะกันไม่เคยเรียนร้องเพลงเลย
คุณพ่อสอนเองตั้งแต่เด็กๆ พอได้เรียนจริงจังปีนี้ก็มั่นใจขึ้นที่จะใช้เพลงป๊อบประกวด"


เพลงลูกทุ่งบนเวที เสน่ห์ที่คนรุ่นใหม่มองว่าเชย
"แต่สำหรับกัน กันมองว่าที่หลายคนชอบ
อาจจะเป็นเสน่ห์ที่หลายคนไม่เคยเห็นว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ก็ร้องเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุงได้ดี
ซึ่งเพลงลูกกรุงเป็นสิ่งที่กันยังรักอยู่
กันก็อยากจะให้ทุกคนเห็นความสามารถอีกด้านของกันด้วย"


"คุณพ่อเรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ
แต่เขาจะไม่เคยบอกว่ากันต้องเป็นนักร้องนะ
ทุกอย่างกันจะเป็นคนคิดแล้วคุณพ่อก็จะเป็นคนสนับสนุน
คุณพ่อชอบร้องเพลงกันเห็นคุณพ่อได้รางวัลต่างๆ มากมาย
สมัยเด็กๆ มีรูปที่คุณพ่อได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้รางวัลอ่านทำนองเสนาะบ้าง ก็รู้สึกภูมิใจกับคุณพ่อ
แล้วก็รู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราได้รับรางวัลอย่างคุณพ่อก็คงจะดี"


ความฝันวัยเด็กกับความจริงวันนี้
ชีวิตที่แชมป์เดอะสตาร์คนใหม่บอกว่ามองเห็นอนาคตที่เรากำหนดเองได้แล้ว
"สำหรับกันจากเวทีเดอะสตาร์ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็เรื่องชีวิต
เมื่อก่อนเราก็ตื่นนอนไปเรียนหนังสือ กลับบ้าน
แต่วันนี้มีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำในแต่ละวัน เช่น ตื่นมาก็ต้องไปฟิตเนส
กลับมาเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนแอคติ้ง
ทำอย่างนี้ 5 วัน คือฝึกเพลงที่จะร้องในวันเสาร์
คอนเสิร์ตที่เราต้องเจอคนมากมายเราก็ต้องมีวินัยกับตัวเอง
รู้ว่าเราต้องแบ่งเวลานี้ซ้อม เวลานี้ทำอะไร พักผ่อนให้เพียงพอด้วย
ประสบการณ์ตรงนี้มันทำให้ฝึกตัวเองเยอะเลย
กันเชื่อว่าใครที่ออกจากบ้านเดอะสตาร์จะเป็นคนที่เก่งกว่าเดิมแน่ๆ"


"เรื่องที่พี่ สอนตลอดคือ เวลาทำอะไรก็อย่าหลงกับเสียงกรี๊ดหรือแฟนคลับที่คอยกรี๊ดเรา
อย่าคิดว่าแค่เราเดินออกไปเขาก็กรี๊ดเราแล้ว มันไม่พอ ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวงานของเรา
ถ้าเราสามารถทำงานได้ดีต่อไปเรื่อยๆ มันก็จะมีงานให้เราทำไปเรื่อยๆ
ทำให้ระยะเวลาที่เราอยู่ในวงการมันนานขึ้น
ทำให้คนดูคอยกรี๊ดเรานานมากขึ้น แต่ถ้าเรามัวแต่หลงกับเสียงกรี๊ด
เราไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ฝึกฝน มันก็ได้แค่นั้นแหละครับ"


ฝันของการเป็นนักร้อง คือฝันที่จะมีอัลบั้มเป็นของตัวเองซึ่งก็อีกไม่ไกลแล้ว
"กันก็อยากทำหลายๆ อย่างด้วย ถ้ามีอะไรที่พี่ๆ เขาคิดว่าเหมาะสมกับกันก็อยากจะทำ
จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไงครับ ส่วนความฝันต่อจากนี้กันว่าที่มันยิ่งใหญ่ก็คือการที่เราได้ดำรงตัวเองอยู่ให้นานที่สุดครับ
ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ คุณพ่อก็จะสอนเสมอว่าเวลาจะทำอะไรก็ตาม ให้เรามุ่งมั่น ตั้งใจทำกับมัน
อีกอย่างที่สำคัญคือการมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ซึ่งสำคัญมากๆ
จะทำให้เขาเอ็นดูแล้วก็รักเรา และเขาจะเมตตา ทำให้เราได้รับโอกาสดีๆ จากเขา"


ศูนย์รวมความสนใจ ประสบการณ์จำได้ไม่ลืม
"วันแรกที่แถลงข่าวกับวันที่ได้รางวัล (หัวเราะ) ต่างกันราวฟ้ากับดินเลยครับ
จำได้เลยวันนั้นกันถูกสัมภาษณ์น้อยที่สุดเลย
จำได้ว่า...รู้สึกว่าทำไมสัมภาษณ์เราน้อยจัง ทำไมสัมภาษณ์แต่กลุ่มโน้นนะ
ปล่อยเราไว้ให้โดดเดี่ยวเดียวดาย (หัวเราะ)
ตอนนั้นก็มีกันกับไอซ์ (ณัฐพัชร์ ธนนนท์กิตติยศ) ที่โดนสัมภาษณ์น้อยก็คิดว่าเราคออกแรกๆ นั่นแหละ
คิดว่าเราคงไปได้ไม่ไกลหรอก ก็มีนึกๆ อยู่บ้าง (หัวเราะ)"


"แต่พอมาวันนี้มันแตกต่างกันมาก สื่อมวลชนก็ให้ความสำคัญกับเราที่ได้เป็นเดอะสตาร์
ก็ได้พบปะผู้คน ได้พบสื่อมวลชนมากขึ้น ซึ่งก็เหมือนเตือนเราด้วยว่าทุกอย่างมันมีมาก็ต้องมีไป
แล้วเราก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้มันมาแล้วก็อยู่กับเรานานๆ ให้มันอยู่คงที่ได้นานๆ ที่สุด
คือเราก็ต้องตั้งใจกับงานที่เราได้รับทุกชิ้น งานที่เราได้รับมอบหมายเราก็ต้องตั้งใจกับมันให้เต็มที่
ซื่อสัตย์กับงาน ซื่อสัตย์กับคนดู พยายามให้คนดูได้รับผลงานที่ดีๆ ที่เราทำออกไป"


ผลงานดีๆ ชิ้นแรกที่จะให้พิสูจน์กันว่าหนุ่มสุพรรณ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ
เหมาะสมกับตำแหน่งเดอะสตาร์คนที่ 6 หรือไม่
กับงานเพลง ระยะทำใจ เพลงเดี่ยวในอัลบั้มรวมกับเพื่อนๆ เดอะสตาร์ทั้ง 8 คน
ที่พร้อมให้ซื้อหาเป็นเจ้าของในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้

"เป็นเพลงที่ชอบมากๆ โปรดิวเซอร์ที่แต่งเหมือนรู้ชีวิตกันเลย เนื้อเพลงถึงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรัก
แต่คำว่า ระยะทำใจ มันเหมือนกับเมื่อปีที่แล้วที่กันผิดหวังมา แล้วตลอดระยะเวลา 1 ปีที่กันต้องทน
มันเหมือนเป็นระยะทำใจที่กันต้องทนและกลับมาสู้อีกครั้งในปีนี้
ชอบในทำนองเพลงที่มันเป็นสไตล์ของเรา แล้วก็ดีใจเพราะเป็นเพลงของกัน เพลงแรกในชีวิตครับ"

 

ปล. เค้าพิมพ์เองนะ ส่องซะลูกตาแทบกระเด็น T^T พิมพ์ตกหล่นตรงไหนขออภัยเน้อ